เคล็ดลับเปิดร้านนวดในญี่ปุ่น

การเปิดร้านนวดแผนไทยหรือนวดสปาในญี่ปุ่น นอกจากจะต้องปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆแล้ว ความรู้เกี่ยวกับการนวดอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ การใส่ใจในการให้บริการก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ

วันนี้ทาง MB THAi COMMERCE ได้รวบรวมข้อมูล ข้อควรรู้ต่างๆ ตั้งแต่การเตรียมการเปิดร้านเบื้องต้น ไปจนถึงเคล็ดลับการเปิดร้านนวดไทย นวดสปา หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านนะคะ

1.ศึกษาหาข้อมูลธุรกิจ ร้านนวด ทำเลที่ตั้งร้าน และเตรียมเงินลงทุน

ทำเลที่ตั้งถือเป็นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจ โดยดูจากกลุ่มเป้าหมายเป็นหลักว่าต้องการให้บริการลูกค้าประเภทไหน ค่าเช่าต่อเดือนงบประมาณเท่าไหร่ หรือแม้แต่เงินลงทุนเริ่มต้น เพราะในประเทศญี่ปุ่น ค่าเช่าถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ทางร้านจะต้องคิดให้คุ้มทุน หากเปิดร้านไปแล้ว รายรับไม่ได้ตรงกับรายจ่าย อาจจะทำให้ร้านขาดทุน และปิดกิจการได้ค่ะ

2.ประเภทธุรกิจการนวดในญี่ปุ่น

ก่อนอื่นในญี่ปุ่น คำว่า「マッサージ」จะใช้จดทะเบียนได้เฉพาะร้านที่มีใบรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการ ของประเทศญี่ปุ่น สำหรับคนญี่ปุ่นที่เข้าเรียนในโรงเรียน 3 ปีและได้ใบประกอบการนวดแบบรักษาหรือนวดทางการแพทย์ แต่สำหรับร้านนวดไทยสปาที่เปิดอยู่ในญี่ปุ่น ที่มีหมอนวดจากไทย จะอยู่ในหมวดหมู่ธุรกิจประเภทการนวดแบบผ่อนคลาย ร้าน「もみほぐし」หรือร้าน「リラクゼーション」ค่ะ

3.จัดเตรียมเอกสารขออนุญาตทำธุรกิจกับทางสำนักงานสรรพากร

ขั้นตอนนี้ทางเจ้าของสามารถรับแบบฟอร์มการแจ้งการเปิดธุรกิจจากสำนักงานสรรพากรที่ใกล้ร้าน(ภายในเขตที่ตั้งร้าน)หรือ สามารถดาวน์โหลดเอกสารได้จากเว็บไซต์ NTA (www.nta.go.jp) กรอกข้อมูลและนำไปยื่นที่สรรพากร หรือทำการส่งทางไปรษณีย์ก็ได้ เอกสารจำเป็นต้องส่งล่วงหน้า 1 เดือนก่อนทำการเปิดร้านค่ะ

4.วางแผนธุรกิจ

หากได้ทำเลที่ตั้ง และทำการเซ็นสัญญาเช่าแล้ว ทางร้านควรจะเตรียมพร้อมหาซื้ออุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ภายในร้าน เตรียมรับพนักงาน หาช่างตกแต่งภายใน หรือติดต่อ MB THAi เพื่อทำป้ายหน้าร้านใหม่ และเตรียมทำการตลาดเพื่อทำให้ร้านเป็นที่รู้จักมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำเว็บไซต์ การทำการตลาดแจกใบปลิว หรือ กระดาษทิชชู่ต่างๆ ควรเตรียมการล่วงหน้าก่อนร้านเปิดประมาณ 1-2 เดือน

5.สร้างความโดดเด่น ไม่เหมือนร้านอื่น

ทุกคนอาจจะคิดว่าร้านนวดหรือสปาก็เหมือนๆกันหมด แต่จริงๆแล้วเราสามารถสร้างความโดดเด่นหรือสร้างความแตกต่างให้ไม่เหมือนร้านอื่นได้ ไม่ว่าจะเป็น การตกแต่งร้าน การให้บริการ หรือการปรับเปลื่ยนคอร์สราคา ทำให้ลูกค้ามีตัวเลือกมากขึ้น หลังจากที่ทางร้านมีจุดเด่นแล้ว ควรรู้ข้อด้อย ข้อเสียหรือจุดอ่อนของร้านเองด้วย เพื่อที่จะได้นำสิ่งเหล่านั้นมาปรับปรุง เพื่อเพิ่มความได้เปรียบต่อการให้บริการ และทำให้ลูกค้าอยากกลับมาใช้บริการที่ร้านอีก

6.แยกเงินส่วนตัว และ เงินทุนทำธุรกิจ

รวมทั้งจัดทำรายรับรายจ่ายควรวางระบบ จัดทำรายรับรายจ่ายแต่ละเดือนให้ชัดเจน เพราะจะทำให้รู้ถึงรายได้จริงของร้าน และไม่ควรนำเงินส่วนตัวมาปะปนกับเงินร้าน เป็นขั้นตอนง่ายๆที่สามารถทำได้เลยสำหรับธุรกิจร้านนวดสปาเล็กๆไปจนถึงร้านนวดที่มีหลากหลายสาขา หรือร้านที่จดทะเบียนเป็นบริษัท

ค่าเช่า ค่าสัญญา
(~100 ใบ)
เงินประกัน(敷金) 300,000 เยน + เงินขวัญถุง(礼金) 300,000 เยน + ค่าค้ำประกัน(保証会社) 100,000 เยน

ค่านายหน้า(仲介手数料) 100,000 เยน +
ค่าเช่าเดือนแรก(初回家賃) 100,000 เยน
ละมีค่าประกันอัคคีภัย ฯลฯ
ค่าอุปกรณ์ภายในร้าน
(~10 ใบ)
เตียงนวด เบาะนวด ชิ้นละ 20,000~30,000 เยน

ของตกแต่งต่างๆ เทียนหอม เครื่องพ่นไอน้ํา ผ้าเช็ดตัว ตู้เก็บของ อโรม่าออย ฯลฯ
ค่าโฆษณา ค่าการตลาด
(~30 ใบ)
ค่าจัดทำเว็บไซต์ (เว็บไซต์รายเดือน MB THAi COMMERCE เริ่มต้นที่ 33,000 เยน)

ค่าโฆษณาทำการตลาด แจกใบปลิว ทิชชู่ใบปลิว หรือจัดทำนามบัตรบัตรสะสมแต้ม รวมทั้งทำป้ายหน้าร้าน
เงินทุนหมุนเวียน
(~150 ใบ)
เงินหมุนเวียน ทำการร้าน อย่างน้อย 3~6 เดือน
ค่าเช่าร้าน และ ค่าโฆษณา(รายเดือน)

ท้ายที่สุดนี้ ทาง MB THAi COMMERCE พร้อมเป็นผู้ช่วยให้กับคุณในการเตรียมการเปิดร้านทั้งในส่วนของงานเว็บไซต์ที่มีราคาจัดทำเริ่มต้นเพียง 33,000เยน เมนูภายในร้านและการจัดทำป้ายหน้าร้าน หรือป้ายไฟตั้งหน้าร้านต่างๆ นอกจากนั้นยังรวมไปถึงการจัดทำใบปลิวต่างๆ ใบปลิวในกระดาษทิชชู่ เพื่อช่วยในการโปรโมทร้านของคุณให้ลูกค้าได้รู้จักและแวะเวียนมาใช้บริการมากขึ้น

ข้อมูล
https://www.felicite-kobe.net/column/archives/1657
https://relax-job.com/more/62522

You may also like...