วิธีตั้งราคาบริการนวดไทยในญี่ปุ่นให้ถูกต้องและแข่งขันได้

วิธีตั้งราคาบริการนวดไทยในญี่ปุ่นให้ถูกต้องและแข่งขันได้

ราคาคือหัวใจของธุรกิจนวด

หนึ่งในคำถามที่เจ้าของร้านนวดไทยในญี่ปุ่นถามมากที่สุดคือ “ควรตั้งราคาเท่าไหร่ดี?”

ตั้งราคาสูงเกินไป = ลูกค้าหาย
ตั้งราคาต่ำเกินไป = ขาดทุนไม่รู้ตัว
ตั้งราคาไม่เป็นระบบ = พนักงานสับสน ธุรกิจเดินหน้าไม่ได้

การตั้งราคาที่ถูกต้องไม่ใช่แค่การดูคู่แข่งแล้วลด 100 เยน
แต่คือ กลยุทธ์ที่ต้องคำนึงถึงต้นทุน ตลาด และภาพลักษณ์ของร้านพร้อมกัน
บทความนี้ จะพาคุณเข้าใจโครงสร้างราคาของตลาดนวดในญี่ปุ่น
วิธีคำนวณต้นทุนที่แท้จริง และกลยุทธ์การตั้งราคา
ที่ช่วยให้ร้านของคุณอยู่รอดและเติบโต

ภาพรวมตลาดนวดในญี่ปุ่น : แข่งขันสูงแต่โอกาสยังมี

ตลาดนวดในญี่ปุ่นมีมูลค่าหลายพันล้านเยนต่อปี ประกอบด้วยร้านนวดหลายประเภท
ทั้งสปาญี่ปุ่น (整体/接骨院), ร้านนวดเกาหลี และร้านนวดไทย
ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง

สาเหตุที่ร้านนวดไทยได้เปรียบ..

  • นวดไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะที่ร้านญี่ปุ่นทั่วไปทำไม่ได้
  • ชาวญี่ปุ่นเชื่อถือในคุณภาพของนักนวดจากไทย
  • ความต้องการ wellness หลัง COVID-19 พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หากคุณยังอยู่ในช่วงวางแผนเปิดร้าน แนะนำให้อ่านบทความ
เปิดร้านนวดไทยในญี่ปุ่น โอกาสทองที่ใหญ่กว่าที่คิด ควบคู่กัน
เพื่อให้เข้าใจภาพรวมตลาดก่อนเข้าสู่เรื่องการตั้งราคา

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในโตเกียวและเมืองใหญ่สูงมาก
โดยเฉพาะในย่านอย่างชินโอคุโบะ อิเคะบุคุโระ และอุเอโนะ
ที่มีร้านนวดไทยหนาแน่น การตั้งราคาที่ผิดพลาด
จึงส่งผลโดยตรงต่อการอยู่รอดของธุรกิจ

ราคาตลาดมาตรฐาน : คู่แข่งตั้งกันอยู่ที่เท่าไหร่?

ก่อนตั้งราคา คุณต้องรู้ว่าตลาดอยู่ที่ไหน นี่คือช่วงราคา
ที่พบบ่อยในร้านนวดไทยทั่วประเทศญี่ปุ่น (ปี 2024–2025)

นวดไทยแบบดั้งเดิม (Thai Traditional Massage)

นวดไทยแบบดั้งเดิม (Thai Traditional Massage)

นวดน้ำมัน (Oil Massage / Aroma)

นวดน้ำมัน (Oil Massage / Aroma)

บริการเสริมที่พบบ่อย

  • Foot Massage (นวดเท้า) 30 นาที : ¥2,000 – ¥3,500

    ตัวอย่างร้านที่มีบริการนี้: Baanphasook
  • Head & Shoulder 20–30 นาที : ¥1,800 – ¥3,000

    ตัวอย่างร้านที่มีบริการนี้: Ruentip Ginza Premier
  • 4 Hands Massage : ¥13,000 – ¥18,000 / 60 นาที

    นักนวด 2 คนทำพร้อมกัน ให้ผลลัพธ์เป็น 2 เท่าในเวลาเท่ากัน
    เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการประสบการณ์พรีเมียม
    ตัวอย่างร้านที่มีบริการนี้: Erawan Thai Traditional Massage & Bodyworks
    (4 Hands Thai 60 นาที ¥13,860 / 4 Hands Oil 60 นาที ¥15,840)
  • Hot Stone Add-on : ¥1,000 – ¥2,000 เพิ่มจากราคาปกติ

    บริการนี้มักพบในร้านสไตล์สปาที่เน้น premium experience
    เป็นบริการเสริมที่เพิ่ม perceived value ได้สูงโดยต้นทุนไม่มาก
  • Herbal Compress (ลูกประคบ) : ¥1,500 – ¥3,000 เพิ่มเติม

    ตัวอย่างร้านที่มีบริการนี้: Thai Healing Spa (กินซ่า)
    (รวมใน Healing Spa Special Combination
    Thai massage + oil + herbal compress + facial + head + foot)

หมายเหตุ : ราคาในกินซ่า ร็อปปงกิ หรือชินจูกุ อาจสูงกว่านี้ 20–40% เนื่องจากค่าเช่าพื้นที่สูง

ปัจจัย 5 ข้อที่ต้องวิเคราะห์ก่อนตั้งราคา

ปัจจัย 5 ข้อที่ต้องวิเคราะห์ก่อนตั้งราคา

1.ทำเลที่ตั้ง (Location) ทำเลคือปัจจัยที่มีผลมากที่สุดต่อระดับราคาที่ลูกค้ายอมจ่าย

  • ย่านธุรกิจ / ใจกลางเมือง

    ลูกค้าคาดหวังราคาสูง ยอมจ่ายเพราะทำเลสะดวก ค่าเช่าสูงจึงต้องตั้งราคาให้ครอบคลุมต้นทุน โดยทั่วไปร้านในย่านนี้ตั้งราคาสูงกว่าตลาดได้ 15–30% โดยลูกค้าไม่รู้สึกว่าแพง ตัวอย่างร้านในย่านธุรกิจ: Ruentip Ginza (กินซ่า), Milin (อากิฮาบาระ), BaanMai (ชินบาชิ), Malila (โทระโนมง)
  • ย่านที่พัก / ชานเมือง

    ราคาต้องแข่งขันได้ ลูกค้าเปรียบเทียบมากกว่า แต่ได้เปรียบเรื่องฐานลูกค้าประจำในพื้นที่ ไม่ต้องแย่งชิงกับร้านอื่นหนาแน่นเหมือนในเมือง เช่น ย่านอิเคะบุคุโระ คิชิโจจิ กามาตะ ตัวอย่างร้านในย่านนี้: Aura (อิเคะบุคุโระ), Enjoy (อิเคะบุคุโระ), Thairung (คิชิโจจิ), Lanna Kamata (กามาตะ)
  • ย่านชาวต่างชาติ (ชินโอคุโบะ, อุเอโนะ, อาซากุสะ)

    มีลูกค้าหลากหลาย ราคากลางตลาด การแข่งขันสูงแต่ฐานลูกค้ากว้าง คนรู้จักย่านนี้ว่าเป็น “แหล่งนวดไทย” อยู่แล้ว ทำให้ลูกค้าใหม่เดินมาหาเองได้ง่ายกว่าย่านอื่น ตัวอย่างร้านในย่านนี้: Matika (ชินโอคุโบะ — มีเว็บ 2 ภาษา), Thaitara (อุเอโนะ — มีเว็บ 2 ภาษา), Tiger Thai Massage (อาซากุสะ — มีเว็บ 2 ภาษา)

    จะสังเกตได้ว่าร้านนวดไทยในย่านเหล่านี้ส่วนใหญ่มักจัดทำเว็บไซต์แบบ 2 ภาษา (ญี่ปุ่น–อังกฤษ) เพื่อรองรับลูกค้าชาวต่างชาติที่เดินผ่านมาและค้นหาร้านออนไลน์ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการรับลูกค้าใหม่ได้อย่างชัดเจน หากร้านของคุณตั้งอยู่ในย่านที่มีชาวต่างชาติหนาแน่น MB THAi COMMERCE สามารถจัดทำเว็บไซต์ที่รองรับได้หลายภาษาให้กับร้านของคุณได้เช่นกัน

2. กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (Target Customer) วิเคราะห์ว่าลูกค้าส่วนใหญ่ของคุณคือใคร

  • ชาวญี่ปุ่นวัยทำงาน: เน้นคุณภาพ ไม่ค่อยต่อราคา แต่เลือกตามรีวิว
  • นักท่องเที่ยวต่างชาติ: ยอมจ่ายราคาพรีเมียมถ้าร้านดูน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะในย่านที่มีชาวต่างชาติหลากหลายสัญชาติ การมีเว็บไซต์หลายภาษาช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและดึงลูกค้าได้มากขึ้น ตัวอย่างเช่น Ruentip Ginza Premier ที่รองรับถึง 4 ภาษา เนื่องจากย่านกินซ่ามีลูกค้าต่างชาติหลากหลายชาติใช้บริการอยู่มาก

3. ระดับของนักนวด (Therapist Level)

ญี่ปุ่นมีกฎหมายควบคุมการนวดอย่างเข้มงวด นักนวดที่มีใบรับรองจากไทย (เช่น วัดโพธิ์) หรือผ่านหลักสูตรที่ได้มาตรฐาน สามารถ ตั้งราคาสูงกว่าตลาด 10–20% และยังขายได้เพราะลูกค้าเชื่อมั่นในคุณวุฒิ ตัวอย่างร้านที่แสดงใบรับรองนักนวดไว้บนเว็บไซต์อย่างชัดเจน เช่น Ruentip Ginza Premier ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าก่อนตัดสินใจจองได้เป็นอย่างดี

4. บรรยากาศและ Brand ของร้าน (Ambiance & Branding)

ร้านที่ลงทุนในตกแต่ง มีกลิ่นหอม เปิดเพลงไทย แสงสลัว มีน้ำต้อนรับ — ลูกค้ายินดีจ่ายแพงขึ้น 15–25% โดยไม่รู้สึกว่าแพง เพราะ “ประสบการณ์” มีมูลค่า ตัวอย่างเช่น Thai Relax ที่สื่อบรรยากาศความเป็นไทยผ่านการออกแบบเว็บไซต์และภาพร้านได้อย่างชัดเจน

5. ช่องทางการหาลูกค้า (Booking Channel)

  • ลูกค้าจาก Hotpepper Beauty มักคาดหวังส่วนลด
  • ลูกค้า Direct / Line / Instagram มักจงรักภักดีกว่าและจ่ายเต็มราคา
  • การตั้งราคาต้องสอดคล้องกับช่องทางที่ใช้

การมี เว็บไซต์ของร้านโดยตรง คือข้อได้เปรียบที่หลายร้านมองข้าม เพราะต่างจากการลงใน Hotpepper ที่ลูกค้ามักเปรียบเทียบราคาและมองหาส่วนลด เว็บไซต์ของร้านช่วยให้คุณควบคุม ภาพลักษณ์ ราคา และการจองได้เต็มที่ โดยไม่ต้องแบ่งค่าคอมมิชชั่น หากสนใจจัดทำเว็บไซต์ร้านนวดในญี่ปุ่นโดยผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจตลาดนวดไทยในญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

MB-Thai - จัดทำเว็บไซต์ภาษาญี่ปุ่นสำหรับร้านนวดไทย

วิธีคำนวณต้นทุนจริง : อย่าตั้งราคาโดยไม่รู้ต้นทุน

นี่คือข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด หลายร้านตั้งราคาตามคู่แข่ง
โดยไม่เคยคำนวณต้นทุนที่แท้จริง ผลคือ “ขายดีแต่ขาดทุน”

สูตรคำนวณราคาขั้นต่ำ (Break-even Price)

ราคาขั้นต่ำต่อ 1 session = 
(ค่าเช่า + ค่าแรง + วัสดุสิ้นเปลือง + ค่าไฟ/น้ำ + ค่า overhead อื่นๆ) 
÷ จำนวน session ที่คาดว่าจะทำได้ต่อเดือน

ตัวอย่าง (ร้านขนาดเล็ก 2 เตียง ย่านชานเมืองโตเกียว)

ตัวอย่าง (ร้านขนาดเล็ก 2 เตียง ย่านชานเมืองโตเกียว)

ถ้าทำ session ได้ 150 ครั้งต่อเดือน (วันละ 5 ครั้ง):
ราคาขั้นต่ำ = ¥630,000 ÷ 150 = ¥4,200 ต่อ session

นั่นหมายความว่า…
ถ้าคุณตั้งราคา 60 นาทีที่ ¥4,500 คุณแทบไม่มีกำไรเลย โดยเฉพาะถ้า session ไม่เต็ม

กำไรที่ดี = ราคาขาย ควรสูงกว่าต้นทุนอย่างน้อย 30–40%
ดังนั้นสำหรับตัวอย่างนี้ ราคาที่เหมาะสมสำหรับ 60 นาทีคือ ¥5,500 – ¥6,000

5 กลยุทธ์การตั้งราคาที่ได้ผล

5 กลยุทธ์การตั้งราคาที่ได้ผล

1. Value-Based Pricing (ตั้งราคาตามคุณค่า)

อย่าตั้งราคาตามต้นทุนอย่างเดียว แต่ตั้งตามคุณค่าที่ลูกค้าได้รับ
ร้านที่เน้น “นวดแก้อาการ” เช่น ปวดหลัง ปวดไหล่
สามารถตั้งราคาสูงกว่านวดผ่อนคลายทั่วไป 20–30% ได้เสมอ

2. Tiered Pricing (ตั้งราคาแบบขั้นบันได)

  • Basic: นวดไทยมาตรฐาน 60 นาที ¥5,500
  • Standard: นวดน้ำมัน 60 นาที ¥7,000
  • Premium: นวดเต็มตัว + ลูกประคบ 90 นาที ¥11,000

ลูกค้าส่วนใหญ่มักเลือกระดับกลาง ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อ session สูงขึ้นโดยธรรมชาติ

3. Membership & Course Pricing (ราคาคอร์ส)

ระบบ 10 ครั้งแถม 1 หรือ monthly membership ช่วยได้หลายอย่างพร้อมกัน

  • สร้าง cash flow ล่วงหน้า
  • สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าประจำ
  • ลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มภายนอก

การมี นามบัตรและบัตรสะสมแต้มของร้าน ช่วยเสริมภาพลักษณ์
ความเป็นมืออาชีพ และกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากสนใจจัดทำสามารถดูตัวอย่างผลงานได้ที่ MB THAi COMMERCE
ซึ่งมีบริการออกแบบนามบัตรและบัตรสะสมแต้มสำหรับร้านนวดไทยในญี่ปุ่นโดยเฉพาะ

ตัวอย่าง : คอร์ส 10 ครั้ง (60 นาที) ปกติ ¥55,000 → ราคาคอร์ส ¥49,000
(ส่วนลด 11% ลูกค้ารู้สึกคุ้ม แต่ร้านยังมีกำไร)

4. Dynamic Pricing (ราคาตามเวลา)
เพิ่มลูกค้าในช่วง off-peak ด้วยราคาพิเศษ

  • เช้าวันธรรมดา (10:00–14:00): ลด 10–15%
  • วันหยุดช่วงค่ำ: ราคาปกติหรือสูงกว่า
  • Last minute booking: อาจเสนอราคาพิเศษผ่าน LINE

5. Psychological Pricing (ราคาจิตวิทยา)

ตั้งราคา ¥5,980 แทน ¥6,000 หรือ ¥9,800 แทน ¥10,000
ได้ผลจริงในตลาดญี่ปุ่นเพราะลูกค้าอ่านตัวเลขแรกเสมอ

กรณีศึกษา : ร้านนวดไทยที่ประสบความสำเร็จในญี่ปุ่น

ร้านนวดไทยที่อยู่รอดและเติบโตในตลาดญี่ปุ่นมักมีลักษณะร่วมกันดังนี้..

  • มีเมนูและราคาที่ชัดเจน ลูกค้าญี่ปุ่นไม่ชอบความคลุมเครือ

    ราคาต้องแสดงชัดเจนทั้งหน้าร้านและออนไลน์ การมีเมนูที่ออกแบบอย่างมืออาชีพ
    ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้น ดูตัวอย่างเมนูร้านนวด
    ที่เราจัดทำได้ที่ MB THAi COMMERCE
  • ไม่แข่งราคากับร้านข้างๆ แต่แข่งด้วยคุณภาพ

    ร้านที่ลดราคาไม่หยุดมักจบด้วยการปิดตัวใน 2–3 ปี
  • มีระบบ online booking ที่ใช้งานง่าย

    ลูกค้าญี่ปุ่นจองล่วงหน้า ถ้าจองยากจะไปร้านอื่น
    ตัวอย่างระบบจองที่ใช้งานสะดวกและเป็นมืออาชีพ
    เช่น Erawan Thai Traditional Massage & Bodyworks
    ที่ลูกค้าสามารถเลือกสาขา เวลา และคอร์สได้ครบในหน้าเดียว
  • รีวิวดีบน Google Maps และ Hotpepper

    รีวิวคือสิ่งที่ลูกค้าดูก่อนตัดสินใจเสมอ การดูแล Google Maps อย่างสม่ำเสมอ
    ทั้งการตอบรีวิวและอัพเดตข้อมูลร้าน มีความสำคัญอย่างมากต่อ MEO・Local SEO
    ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการที่ร้านจะปรากฏในผลการค้นหาของลูกค้าในพื้นที่
    หากจัดทำเว็บไซต์กับ MB THAi COMMERCE จะมีทีมงานคอยดูแล Google Maps
    และช่วยตอบรีวิวให้กับลูกค้าที่เขียนมา อ่านเพิ่มเติม
    เรื่องความสำคัญของ MEO ได้ที่ บทความนี้
ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง
  • ตั้งราคาต่ำเพื่อดึงลูกค้าใหม่ แล้วลืมขึ้นราคา

    กลยุทธ์นี้อาจใช้ได้ช่วงเปิดร้าน แต่ถ้าไม่มีแผนขึ้นราคาที่ชัดเจน
    ลูกค้าจะเคยชินและต่อต้านเมื่อขึ้นราคาในอนาคต

    วิธีแก้ : ตั้งราคาปกติตั้งแต่แรก แล้วเสนอ “ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว” แทน
  • ไม่แยกราคาระหว่างบริการต่างๆ อย่างชัดเจน

    เมนูที่มีแค่ “นวดไทย 60 นาที ¥6,000” ไม่สร้าง upsell โอกาสเพิ่มรายได้หายไป

    วิธีแก้ : สร้างเมนูที่มี option เสริมให้ลูกค้าเลือกเพิ่ม เช่น +น้ำมัน, +ลูกประคบ
  • คิดราคาตามนักนวดแต่ละคนต่างกัน

    ลูกค้าจะสับสนและรู้สึกไม่ยุติธรรม

    วิธีแก้ : ราคาควรอ้างอิงจากบริการและเวลา ไม่ใช่ตัวนักนวด (แยก senior therapist ได้ถ้าทำชัดเจน)
  • ลืมคำนวณภาษีและค่า platform

    ถ้าใช้บัตรเครดิตหรือ QR code ชำระ มีค่า fee 2–4%
    และถ้าใช้แพลตฟอร์มอย่าง Hotpepper อาจเสียค่าคอม 20–30% ต้องบวกเข้าในราคาตั้งต้น
การเพิ่มรายได้โดยไม่ต้องขึ้นราคา

นอกจากการตั้งราคา ยังมีวิธีเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อลูกค้า 1 คนโดยไม่ต้องขึ้นราคาตรงๆ

  • Cross-sell: เสนอ add-on ทุกครั้ง (“วันนี้ลองเพิ่มลูกประคบไหมครับ/คะ?”)
  • Upsell: แนะนำเวลาที่นานขึ้น (“ถ้านวด 90 นาที จะได้ผลดีกว่า 60 นาทีมากเลยครับ/คะ”)
  • Retail products: ขายน้ำมันนวด บาล์ม หรือผลิตภัณฑ์ spa ไทย
  • Gift Voucher: ขายบัตรของขวัญให้ลูกค้านำไปมอบให้คนอื่นได้
    เหมาะมากช่วงเทศกาล เช่น วันเกิด วันแม่ Valentine’s Day หรือคริสต์มาส
    เป็นช่องทางสร้างรายได้โดยไม่ต้องรอให้ลูกค้ามาใช้บริการเอง
    ตัวอย่างที่ทำได้ดีคือ Erawan Thai Traditional Massage & Bodyworks
    ที่มีระบบ Digital Gift Voucher ซื้อออนไลน์ ส่งทางอีเมลได้ทันที
    พร้อมให้เลือกดีไซน์ตามโอกาส ทำให้ลูกค้าสามารถมอบประสบการณ์นวดไทย
    ให้คนที่อยู่ห่างไกลได้อย่างสะดวก
เมื่อไหร่ควรขึ้นราคา?

สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาปรับราคา

  • ร้านเต็มทุกวัน มีลูกค้ารอ — แสดงว่าราคาต่ำกว่าตลาด ขึ้นได้เลย
  • ค่าเช่าหรือค่าแรงขึ้น — ต้นทุนเปลี่ยน ราคาต้องเปลี่ยนตาม
  • ผ่านไป 1–2 ปี แต่ราคาไม่เคยขึ้น — ควรขึ้นราคาปีละ 3–5% ตามอัตราเงินเฟ้อ
  • เพิ่ม skill หรือ service ใหม่ — เป็นโอกาสดีที่จะ relaunch ราคาใหม่

ขึ้นราคาโดยไม่เสียลูกค้า

  1. แจ้งล่วงหน้า 1–2 เดือน ผ่าน LINE หรือ Instagram
  2. ให้ลูกค้าประจำซื้อคอร์สในราคาเก่าก่อนวันขึ้นราคา
  3. ขึ้นราคาพร้อมกับการปรับปรุงอะไรบางอย่าง (ห้อง, บริการ, เมนูใหม่)

สูตรตั้งราคาที่ดีสำหรับร้านนวดไทยในญี่ปุ่น

การตั้งราคาที่ถูกต้องคือสมการที่ต้องสมดุลระหว่าง 4 สิ่ง

  1. ต้นทุนจริง — คำนวณให้ครบทุกรายการก่อนตั้งราคา
  2. ราคาตลาด — รู้ว่าคู่แข่งอยู่ที่ไหน แต่ไม่ต้องแข่งด้วยการลด
  3. คุณค่าที่ลูกค้าได้รับ — ถ้าคุณดีกว่า คุณตั้งราคาสูงกว่าได้
  4. กลยุทธ์ระยะยาว — ราคาวันนี้ต้องสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในอีก 5 ปีข้างหน้า

ธุรกิจนวดไทยในญี่ปุ่นมีโอกาสสูง แต่ต้องมีระบบที่ดีตั้งแต่ต้น ทั้งเรื่องราคา การตลาด และการดูแลลูกค้า

หากต้องการคำปรึกษาสำหรับร้านนวดในญี่ปุ่น..

MB THAi COMMERCE ให้บริการสนับสนุนธุรกิจนวดไทยในญี่ปุ่นแบบครบวงจร ตั้งแต่การจัดทำเว็บไซต์, SEO, การตลาดออนไลน์ ไปจนถึงคำปรึกษาด้านการดำเนินธุรกิจในญี่ปุ่น

ติดต่อเราได้เลยเพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นฟรี

บทความนี้เขียนโดยทีม MB THAi COMMERCE สำหรับผู้ประกอบการร้านนวดไทยในญี่ปุ่น อัพเดตล่าสุด: มิถุนายน 2026

You may also like...